ผลผลิตลดลง ที่มาของวิกฤติอาหารเมื่อประชากรเพิ่มขึ้น

วิกฤติการณ์อาหารโลก ผลกระทบระยะยาวที่สากลโลกต้องให้ความสนใจ

ผลผลิตลดลง ที่มาของวิกฤติอาหารเมื่อประชากรเพิ่มขึ้น

ประชากรโลกเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่พื้นที่เพาะปลูกมีจำกัด กลายเป็นปัญหาที่เริ่มซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบัน ยิ่งการเพาะปลูกเปลี่ยนไปเป็นแบบ ระบบเกษตรกรรมพืชเดี่ยว (Monoculture) ดังที่ได้เคยกล่าวไปในตอนที่แล้ว กลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาวิกฤติอาหารในที่สุด

ในระยะเริ่มแรก การเพาะปลูกแบบเชิงเดี่ยวสามารถขยายพื้นที่ในการเพาะปลูกหรือมีการย้ายถิ่นฐานการปลูกได้ เนื่องจากประชากรยังมีไม่มากนัก แต่ในปัจจุบัน เมื่อประชากรเพิ่มมากขึ้น การขยายพื้นที่หรือย้ายถิ่นฐานเริ่มทำได้ยากขึ้น การเพิ่มผลผลิตด้วยสารเคมีจึงเข้ามามีอิทธิพลต่อการเกษตรกรรมมากขึ้น เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มากขึ้นในพื้นที่ที่มีจำกัด

เมื่อปุ๋ยเคมีถูกใช้มากขึ้น รวมทั้งการเลือกปลูกพืชเศรษฐกิจบางประเภทเพราะหลงเชื่อการปั่นหัวของนายทุนเป็นสาเหตุของการเสื่อมคุณภาพของดิน เมื่อคุณภาพของดินลดลงจากการปลูกพืชชนิดเดิมซ้ำซากก็ทำให้ไม่สามารถปลูกพืชชนิดอื่นๆ ได้อีกในหลายๆ พื้นที่ ทำให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มมากขึ้นเพื่อทำการเกษตรเพิ่ม ทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของดินถูกทำลายตามไปด้วย เมื่อสภาพดินเสื่อมโทรมลงโดยไม่มีการดูแล แหล่งอาหารจึงลดลงตามเหมือนปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ส่งผลถึงกัน

ทั้งหมดทั้งมวลจึงเป็นที่มาของผลิตผลที่จะมาเป็นอาหารลดน้อยถอยลงนั่นเอง และอีกประการ คือมีการวิเคราะห์กันว่าการใช้พลังงานทดแทน (Biofuel) ก็ส่งผลให้ธัญพืช (Grain) ลดปริมาณลงด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะบรรดาประเทศในแถบทะเลทรายซาฮาร่า เป็นต้น ซึ่งนี่เป็นเพียงสาเหตุแรกๆ ของจุดเริ่มต้นของวิกฤติอาหารเท่านั้น ยังมีอีกหลายสาเหตุที่ส่งผลให้เกิดวิกฤติอาหารที่เราคาดไม่ถึง ซึ่งจะได้กล่าวถึงในลำดับต่อไป